ย่านาง


ชื่อสมุนไพร : ย่านาง
ชื่อเรียกอื่นๆ : จ้อยนาง (เชียงใหม่), เถาย่านาง, เถาวัลย์เขียว (กลาง), ยาดนาง (สุราษฎร์ธานี),วันยอ (สุราษฎร์ธานี), เถาร้อยปลา, ปู่เจ้าเขาเขียว, ย่านางขาว, ย่านนาง, หญ้าภคินี(เชียงใหม่), เถาเขียว (ภาคกลาง), จอยนาง, ผักจอยนาง (ภาคใต้), ยานนาง และ ขันยอ (สุราษฎร์ธานี)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tiliacora triandra (Colebr.) Diels
ชื่อสามัญ : Bamboo grass
วงศ์ : MENISPERMACEAE



yn6

ย่านางเป็นพืชไม้เถา ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยสารสำคัญที่มีมากและโดดเด่น คือ เส้นใยอาหาร แคลเซียม เหล็ก เบตาแคโรทีน และวิตามินเอ ย่านางมีฤทธิ์ในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย การนำย่านางไปใช้ นิยมนำยอดอ่อนไปประกอบเป็นอาหาร เช่น แกงหน่อไม้ แกงรวมผัก เป็นต้น นอกจากนี้สามารนำใบย่านางมาคั้นน้ำเพื่อใช้ดื่มเพื่อสุขภาพ รักษาโรค แก้ไข้หรือถอนพิษได้ อีกทั้งยังสามารถนำเส้นใยจากเถาย่านางมาใช้ทำเชือกหรือใช้มัดตับหญ้าคาเพื่อมุงหลังคาได้เนื่องจากเส้นใยที่ได้มีความเหนียวมาก

 yn2

yn1

ลักษณะสมุนไพร:

ย่านางเป็นไม้เถาเลื้อยพันตามต้นไม้ หรือกิ่งไม้ เถามีลักษณะกลมขนาดเล็ก สีเขียว ยาว 10-15 เมตร กิ่งอ่อนมีขนอ่อนสีเทาปกคลุม เมื่อแก่เถาแก่จะมีสีคล้ำ รากเป็นเหง้าใต้ดินมีขนาดใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม ออกแบบสลับติดกับลำต้น ลักษณะใบคล้ายรูปไข่ ปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5 – 10 ซม. กว้าง 2 – 4 ซม. ใบหนา เหนียว ผิวใบมัน มีลักษณะเป็นคลื่นเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ก้านใบยาวประมาณ 1-1.5 ซม. มีเส้นกลางใบออกจากโคนใบ 3-5 เส้น และมีเส้นแขนง 2-6 คู่ ดอกออกเป็นช่อขนาดเล็กประมาณ 1-3 ดอก ออกตามซอกโคนก้านใบหรือตามแขนงข้อใบ ดอกมีขนาดเล็กสีเหลือง ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้มีกลีบเลี้ยง 6-12 กลีบ ลักษณะรีขนาดกว้างและยาว 2 มิลลิเมตร กลีบดอกมี 3 หรือ 6 กลีบ ลักษณะสอบแคบ ปลายเว้าตื้น ภายในมีเกสรเพศผู้มี 3 อัน เป็นรูปกระบอง ดอกเพศเมียมีกลีบดอก 6 กลีบ ลักษณะรีแกมขอบขนาน มีเกสรเพศเมียมี 8-9 อัน ติดอยู่บนก้านชูสั้นๆ ผลเป็นผลกลุ่ม ตามข้อและซอกใบ รูปร่างกลมรีขนาดเล็ก ขนาดกว้าง 6-7 มิลลิเมตร ยาว 7-10 มิลลิเมตร ผิวเกลี้ยง สีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมแดงและกลายเป็นสีดำ ภายในมีเมล็ดเป็นรูปเกือกม้า

ย่านางพบตามป่าเต็งรัง ป่าดิบใกล้ทะเล และตามริมน้ำในป่าละเมาะ ออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน

 yn4

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ลำต้น,ราก, ใบ และ เถา
สรรพคุณทางยา :

  1. ลำต้น รสจืดขม ถอนพิษผิดสำแดง รักษาพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้กลับ และรักษาโรคปวดข้อ
  2. ราก รสจืดขม ใช้แก้ไข้ทุกชนิด ขับพิษต่างๆ แก้ท้องผูก บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ แก้โรคหัวใจบวม แก้กำเดาไหล และแก้ลม
  3. ใบ รสจืดขม ใช้ถอนพิษไข้ แก้ไข้ แก้เลือดตก แก้กำเดา แก้ผดผื่นคัน แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ลม แก้ปวดหัวตัวร้อน อีสุกอีใส หัด และใช้เป็นยากวาดคอ
  4. เถา แก้ไข้ ลดความร้อนในร่างกาย ต้านโรคมาลาเรีย และยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้

yn5

yn3

วิธีการใช้:

  1. แก้ไข้ ใช้รากแห้งประมาณ 15 กรัม ต้มกับน้ำ ดื่มก่อนอาหาร 3 เวลา คือเช้า กลางวัน เย็น
  2. แก้ผดผื่นคัน นำใบย่านางมาคั้นเอาแต่น้ำ ชโลมที่ผิวบริเวณที่เป็นผดผื่น หรือผสมกับดินสอพองทาทิ้งไว้ที่เป็นผดผื่น
  3. แก้พิษ บดใบย่านางแล้วคั้นเอาน้ำมาผสมกับน้ำมะนาว ใช้ดื่มรับประทาน

ถิ่นกำเนิด :
ย่านางมีถิ่นกำเนิดตอนกลางของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 





.