ปีบ


ชื่อสมุนไพร : ปีบ
ชื่อเรียกอื่นๆ : เต็กตองโพ่ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), กาซะลอง, กาสะลอง, กาดสะลอง, กาสะลองคำ (ภาคเหนือ), ก้องกลางดง (ภาคกลาง) และกางของ (ภาคอีสาน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Millingtonia hortensis L.
ชื่อสามัญ : Cork Tree และ Indian Cork
วงศ์ : BIGNONIACEAE



PIP1

ปีบเป็นพรรณไม้ที่ที่ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก และทางภาควันออกเฉียงเหนือ โดยขยายพันธุ์ด้วยวิธีการนำเมล็ดมาเพาะ หรือใช้ต้นอ่อนที่เกิดจากรากรอบๆของต้นแม่ นำมาตัดเป็นท่อนสั้นๆ แล้วนำมาปักชำในกระบะกรวยที่ผสมด้วยขี้เถ้าแกลบก็ได้ การปลูกต้นปีบเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน การปลูกไว้ประจำบ้านจะทำให้เก็บเงินเก็บทองได้มากขึ้น และยังทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังอีกด้วย โดยควรปลูกต้นปีบไว้ในทางทิศตะวันตกและผู้ปลูกควรปลูกในเสาร์เพื่อเอาคุณ แต่ถ้าจะให้เป็นมงคลมากยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นผู้ที่เกิดในวันจันทร์ ดอกปีบ ป็นสัญลักษณ์ของพยาบาลไทย โดยความหมายของต้นไม้ชนิดนี้ คือ เป็นต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นแก่ชีวิต ซึ่งหมายถึง “พยาบาล” และดอกปีบ ยังหมายถึงยาอายุวัฒนะ ซึ่งเปรียบเสมือนพยาบาล ที่ให้การดูแลรักษาและส่งเสริมสุขภาพแก่คนทั่วไป ประโยชน์ของต้นปีบ ปีบเป็นไม้พุ่มมีใบและดอกสวย แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย จึงสามารถปลูกไว้ประดับสวน ปลูกเพื่อให้ร่มเงาในลานจอดรถ หรือริมถนนข้างทาง และที่สำคัญต้นไม้ชนิดนี้ยังทนน้ำท่วมขังได้ดีอีกด้วย เนื้อไม้ของต้นปีบมีสีขาวอ่อน สามารถเลื่อยหรือไสกบเพื่อตกแต่งให้ขึ้นเงาได้ง่าย จึงเหมาะแก่การนำมาใช้ทำเป็นเครื่องเรือน เครื่องตกแต่งภายในบ้านได้

 PIP2

ลักษณะสมุนไพร :
ปีบเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลำต้นตรง มีความสูงประมาณ 5-10 เมตร เปลือกต้นเป็นสีเทาเข้มแตกเป็นร่องลึก มีช่องอากาศ รากเกิดเป็นหน่อเจริญเป็นต้นใหม่ได้ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น มีความกว้างประมาณ 13-20 เซนติเมตร และยาวประมาณ 16-26 เซนติเมตร ก้านใบยาว 3.5-6 เซนติเมตร ที่ตัวใบจะประกอบไปด้วยแกนกลางยาวประมาณ 13-19 เซนติเมตร มีใบย่อย 4-6 คู่ กว้างประมาณ 2.5-3 เซนติเมตรและยาวประมาณ 4-5 เซนติเมตร ลักษณะใบมีรูปร่างคล้ายรูปหอกแกมรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบหยักเป็นซี่หยาบๆ เนื้อใบเกลี้ยงบางคล้ายกับกระดาษ ดอกเป็นช่อกระจุกแยกแขนง มีความยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร ดอกย่อยจะประกอบไปด้วย กลีบเลี้ยงสีเขียว ดอกมีกลิ่นหอม มีความกว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร เชื่อมกันเป็นหลอดปากแตร แยกออกเป็น 5 แฉก 3 แฉกรูปขอบขนาน 2 แฉกล่างค่อนข้างแหลม มีเกสรตัวผู้จำนวน 4 อัน สองคู่จะยาวไม่เท่ากัน และมีเกสรตัวเมียจำนวน 1 อัน อยู่เหนือวงกลีบ ลักษณะเป็นผลแห้งแตก ผลแบนยาวขอบขนาน มีเนื้อและเมล็ดจำนวนมาก เป็นแผ่นบางมีปีก

 PIP3

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ราก, ดอก และ ใบ
สรรพคุณทางยา :

  1. ราก บำรุงปอด รักษาวัณโรค อาการหอบหืด
  2. ดอก รักษาอาการหอบหืด ไซนัสอักเสบ เพิ่มการหลั่งน้ำดี
  3. ใบ ขยายหลอดลม รักษาอาการหอบหืด

 PIP5

วิธีการใช้ :

  1. บำรุงปอด รักษาวัณโรค อาการหอบหืด นำรากมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
  2. รักษาอาการหอบหืด ไซนัสอักเสบ เพิ่มการหลั่งน้ำดี  นำดอกที่ตากแห้งแล้วนำมามวนเป็นบุหรี่สูบเพื่อรักษาอาการ
  3. ขยายหลอดลม รักษาอาการหอบหืด นำใบใช้มวนเป็นบุหรี่สูบแทนฝิ่น เพื่อช่วยขยายหลอดลม และรักษาอาการหอบหืดได้

ถิ่นกำเนิด :
ปีบเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศพม่า และประเทศไทย

 





.