ขี้หนอน


ชื่อสมุนไพร : ขี้หนอน
ชื่อเรียกอื่นๆ : ขี้มอด (ขอนแก่น, นครราชสีมา)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zollingeria dongnaiensis Pierre
ชื่อสามัญ :
วงศ์ : SAPINDACEAE
KNON1
ขี้หนอนเป็นพรรณไม้ที่ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด มีเขตการกระจายพันธุ์ทั่วไปในป่าผลัดใบ ชายป่า ที่รกร้างและด้านหลังชายหาด ที่ความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 375 มิลลิเมตร ในด้านการเป็นไม้ประดับ ต้นขี้หนอนจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีพุ่มใบหนา เรือนยอดค่อนข้างกลม สามารถปลูกเพื่อให้ร่มเงาได้ดี เมื่อผลัดใบแล้วจะออกดอกขาวบานสะพรั่ง ปลูกได้ง่ายและโตเร็ว ใช้พื้นที่ปลูกเพียง 3×3 เมตร ยอดอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก ฟองที่ได้จากเปลือกนั้นสามารถนำมาล้างเครื่องเพชรได้เช่นเดียวกับมะคำดีควายและยังสามารถนำมาใช้ซักผ้าได้อีกด้วย ผลใช้ทำเป็นเครื่องประดับ ผลจะแก่ในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ดอกออกในช่วงประมาณพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมดอกมีพิษถ้ากินเข้าไปจะทำให้ตายได้ ในด้านการเป็นไม้ฟืนหรือถ่านไม้ เป็นฟืนที่ให้ความร้อน 4,543 แคลอรี/กรัม เป็นถ่านไม้ที่ให้ความร้อนถึง 6,989 แคลอรี/กรัม ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของขี้หนอนนั้นมีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ไม่พบความเป็นพิษ เมื่อให้สารสกัดจากใบด้วยเอทานอลและน้ำในขนาด 10 กรัมต่อกิโลกรัม เมื่อฉีดเข้าใต้ผิวหนัง สมุนไพรชนิดนี้มีความเป็นพิษ คือ เป็นพิษต่อสัตว์เลือดอุ่น จะทำให้อาเจียนและท้องร่วง ถ้านำมาฉีดเข้าเส้นเลือดจะทำให้เม็ดเลือดแดงแตก



 KNON2

ลักษณะสมุนไพร :
ขี้หนอนเป็นพรรณไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงของต้นประมาณ 20 เมตร เรือนยอดเป็นรูปไข่หรือเป็นพุ่มกลม โปร่ง เปลือกต้นด้านนอกเป็นสีเทาดำ เรียบ แตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ มีรูระบายอากาศสีน้ำตาลทั่วไป ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีขาว ตามลำต้นหรือกิ่งไม้จะมีหนามยาวๆ อยู่ประปราย ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ออกเรียงเวียนสลับ มีประมาณ 5-8 คู่ ใบย่อยออกเรียงตรงข้ามกัน หรือเยื้องกันเล็กน้อย ลักษณะของใบเป็นรูปรีหรือรูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือสอบ โคนใบเบี้ยว ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-6.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-16 เซนติเมตร หลังใบเป็นสีเขียวเป็นมัน ส่วนท้องใบมีขนสั้นนุ่ม แผ่นใบห่อเข้าเล็กน้อย เส้นแขนงใบมีข้างละประมาณ 7-9 เส้น ส่วนก้านใบย่อยยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ออกดอกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามซอกใบค่อนไปทางปลายกิ่ง ช่อดอกยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ดอกเป็นสีขาวหรือสีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และเป็นแบบแยกเพศ กลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียวมี 5 กลีบ เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ผลเป็นแห้งมีปีกยาว 3 ปีก เรียงตามยาว ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลอ่อน เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปไข่ มีขนาดกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร

 KNON3

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ด่างไม้, เปลือกต้น และ ใบ
สรรพคุณทางยา :

  1. ด่างไม้ ยาแก้โรคกระษัย ยาแก้หวัด คัดจมูก ยาแก้นิ่ว ขับปัสสาวะ ยาขับมุตกิดของสตรี
  2. เปลือกต้น ยาแก้ไข้ ดับพิษร้อน แก้หวัดคัดจมูก แก้ร้อนใน
  3. ใบ ยาแก้ร้อนใน

 KNON4

วิธีการใช้ :                                     

  1. ยาแก้โรคกระษัย ยาแก้หวัด คัดจมูก ยาแก้นิ่ว ขับปัสสาวะ ยาขับมุตกิดของสตรี นำด่างไม้ต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
  2. ยาแก้ไข้ ดับพิษร้อน แก้หวัดคัดจมูก นำเปลือกมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาแช่กับน้ำตีให้เป็นฟองสีขาว แล้วใช้ฟองนั้นสุมหรือพอกศีรษะเด็ก
  3. แก้ร้อนใน นำเปลือกใช้ผสมเป็นยาเขียวแก้ร้อนใน
  4. ยาแก้ร้อนใน นำใบต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน

ถิ่นกำเนิด :
ขี้หนอนเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 





.