คาวทอง

advertisements

2
ชื่อสุมนไพร : คาวทอง
ชื่อเรียกอื่นๆ คาวตอง (ลำปาง อุดร),คาวทอง (มุกดาหาร อุตรดิตถ์),ผักก้านตอง (แม่ฮ่องสอน), ผักเข้าตอง,ผักคาวตอง,ผักคาวปลา (ภาคเหนือ) และ พลูคาว (ภาคกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Houttuynia cordata Thunb.
ชื่อสามัญ :  lizard tailchameleon plantheartleaffishwort, bishop’s weed
วงศ์ : Saururaceae

3

ลักษณะของสมุนไพร : คาวทอง เป็นไม้ล้มลุกขนาด 15-30 เซนติเมตร มีลำต้นลักษณะกลม สีเขียว รากสามารถงอกออกจากข้อของลำต้น มีกลิ่นคาวทั้งลำต้นและใบ ใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจสีเขียว ออกเรียงสลับกัน กว้าง 4-6 เซนติเมตร ยาว 6-10 เซนติเมตร มีโคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ออกดอกเป็นช่อที่บริเวณยอด มีใบประดีบ 4 ใบ สีขาวที่โคนช่อดอก 

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ลำต้น, ราก, ช่อดอก, ดอกย่อย, ช่อดอกแก่, ผล, เมล็ด, ใบสด


advertisements

 

4

สรรพคุณทางยา :

  • ลำต้น  – มีกลิ่นฉุน เป็นยาขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ แก้ปอดอักเสบ แก้หลอดลมอักเสบ แก้ไอ รักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
    คาวทอง ถ้ารับประทานมากเกินไปจะทำให้หายใจสั้นและถี่ อาจเป็นอันตรายได้
  • ต้นสด  – สามารถนำมาใช้กับบาดแผลภายนอก เช่น พอกฝี ทาบริเวณที่บวมอักเสบ บริเวณที่เกิดบาดแผล รักษาโรคผิวหนัง และช่วยทำให้กระดูกเชื่อมติดกันเร็วขึ้น
  • ใบสด   – นำไปผิงไฟแค่ให้นิ่ม ใช้พอกบริเวณที่เป็นเนื้องอกต่างๆ ใบสดใช้ป้องกันไม่ให้ปลาเน่าเสีย และยังใช้ป้องกันไม่ให้พืชเป็นโรคเหี่ยวเฉาตาย
  • ดอก     – ใช้ต้มรับประทานติดต่อกันเป็นประจำจะสามารถแก้โรคน้ำกัดเท้า

นอกจากนี้ยังมีผู้ทำเครื่องสำอางโดยใช้น้ำมันจากผักคาวทองอีกด้วย

 

5

ถิ่นกำเนิดของคาวทอง :

คาวทอง พบในแทบอินโดจีน จีน สำหรับประเทศไทยพบตามที่ชื้นแฉะริมน้ำทางภาคเหนือ

advertisements