ไฟเดือนห้า

ชื่อสมุนไพร : ไฟเดือนห้า
ชื่อเรียกอื่นๆ : คำแค่ (แม่ฮ่องสอน), บัวลาแดง (เชียงใหม่), ค่าน้ำ, เด็งจ้อน (ลำปาง), ไม้จีน (ประจวบคีรีขันธ์), ดอกไม้เมืองจีน, ไม้เมืองจีน (สุราษฎร์ธานี), เทียนแดง (ภาคกลาง), เทียนใต้ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), เหลียนเซิงกุ้ยจื่อฮวา และ จิงเฟิ่งฮวา (จีนกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Asclepias curassavica L.
ชื่อสามัญ : Bastard Ipecacuanha, Butterfly Weed, Blood Flower, Milkweed และ Silkweed
วงศ์ : APOCYNACEAE

FDH5

ไฟเดือนห้าจัดเป็นพรรณไม้ที่ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานแล้ว โดยขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไป ส่วนใหญ่นิยมปลูกเป็นประดับเป็นกลุ่มหลายๆ ต้น ตามบ้าน ตามสำนักงาน และตามสวนสาธารณะทั่วไป เพราะดอกมีสีสันสวยงาม และขนที่หุ้มเมล็ดสามารถนำไปใช้ยัดหมอนแทนการใช้นุ่น ทำให้หมอนนุ่มหนุนนอนได้สบายไม่แพ้การยัดนุ่นแม้แต่น้อย  พบสารสำคัญในต้นไฟเดือนห้า ได้แก่ Ascurogenin, Asclepin, Calotropin, Curassvicin เป็นต้น ซึ่งสาร Calotropin มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งในโพรงจมูกที่อยู่นอกตัวของสัตว์ลอง จากการทดลองยังพบว่าสาร Ascurogenin, Asclepin และ Curassicin มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจของกระต่ายทดลอง ทำให้หัวใจของกระต่ายมีการบีบตัวแรงขึ้น และยางจากต้นไฟเดือนห้ามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราบางชนิดด้วย

 FDH2

ลักษณะสมุนไพร :
ไฟเดือนห้าเป็นพรรณไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นมีความสูงได้ประมาณ 40-60 เซนติเมตร และอาจสูงได้ถึง 1 เมตร ตามกิ่งอ่อนและก้านดอกมีขน กิ่งและก้านมียางสีขาวคล้ายน้ำนมอยู่ภายใน ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ก้านใบสั้น ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอกยาวหรือรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-3.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-13 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อกระจุกที่ง่ามใบและที่ปลายกิ่ง ช่อหนึ่งมีดอกประมาณ 7-20 ดอก ก้านช่อดอกยาวประมาณ 3.5-6 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่มปกคลุม ดอกเป็นสีแดง ยาวเกือบ 1 เซนติเมตร กลีบดอกมีลักษณะพับงอ และมีรยางค์รูปมงกุฎหรือกระบังรอบสีเหลืองหรือส้มยื่นออกมา ดอกหนึ่งจะมีกลีบดอก 5 กลีบ มีเกสรเพศผู้ 5 อัน ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงยาวคล้ายรูปกระสวย ยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร เมื่อแก่จะแตกออกได้ ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลเข้ม ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไข่แบนและมีขนยาวสีขาว เมล็ดมีขนาดยาวประมาณ 6-7 มิลลิเมตร และกระจุกขนยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร

FDH4

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ราก, ใบ, ทั้งต้น และ เมล็ด
สรรพคุณทางยา :

  1. ราก ทำให้อาเจียน ช่วยแก้เต้านมอักเสบ แก้อาการปวดประจำเดือน ยาแก้ฟกช้ำจากการหกล้ม รักษาฝีหนองภายนอก รักษากระดูกร้าว หรือกระดูกหัก
  2. ใบ ยาขับพยาธิ พยาธิไส้เดือน ช่วยรักษาหนองใน ยาฆ่าเชื้อโรคเรื้อน แก้พิษฝี
  3. ทั้งต้น ยาบำรุงธาตุไฟ แก้เลือดทำพิษในเรือไฟ ช่วยแก้โรคหัวใจอ่อน ยาแก้ไข้ตัวเย็นหมดสติ ไข้ตรีโทษ ทำให้อาเจียน ยาแก้บิด รักษาแผลในลำไส้ กระเพาะอาหาร รวมถึงแผลในมดลูก ยาขับประจำเดือนของสตรี
  4. เมล็ด ยาบำรุงให้ร่างกายอบอุ่น ยาขับพิษเลือดในเดือนอยู่ไฟ ช่วยแก้โรคหัวใจอ่อน ช่วยแก้อาการเหงื่อออกมากไม่รู้ตัว ช่วยแก้เต้านมอักเสบ ยาขับประจำเดือนของสตรี ยาแก้ปวดประจำเดือนเช่นเดียวกัน ยาแก้ปวด แก้อักเสบ ห้ามเลือด รักษาฝีหนองภายนอก แก้โรคผิวหนังผดผื่นคัน กลากเกลื้อน

 FDH3

วิธีการใช้ :

  1. ทำให้อาเจียน นำรากมาต้มกับน้ำแล้วดื่มรับประทาน
  2. ช่วยแก้เต้านมอักเสบ รักษากระดูกร้าว หรือกระดูกหัก ยาแก้ฟกช้ำจากการหกล้ม รักษาฝีหนองภายนอก นำรากสดตำพอกบริเวณที่เป็น
  3. แก้อาการปวดประจำเดือน นำรากสด 35 กรัม และเมล็ดพริกไทย 10 กรัม นำมารวมกันต้มกับน้ำรับประทาน
  4. ยาขับพยาธิ พยาธิไส้เดือน ช่วยรักษาหนอง ยาฆ่าเชื้อโรคเรื้อน แก้พิษฝี นำใบสดนำมาคั้นเอาแต่น้ำดื่ม
  5. ยาบำรุงธาตุไฟ แก้เลือดทำพิษในเรือไฟ ช่วยแก้โรคหัวใจอ่อน ยาแก้ไข้ตัวเย็นหมดสติ ไข้ตรีโทษ ทำให้อาเจียน ยาแก้บิด รักษาแผลในลำไส้ กระเพาะอาหาร รวมถึงแผลในมดลูก ยาขับประจำเดือนของสตรี นำลำต้นสดมาต้มกับน้ำแล้วดื่มรับประทาน
  6. ยาบำรุงให้ร่างกายอบอุ่น ยาขับพิษเลือดในเดือนอยู่ไฟ ช่วยแก้โรคหัวใจอ่อน ช่วยแก้อาการเหงื่อออกมากไม่รู้ตัว ช่วยแก้เต้านมอักเสบ ยาขับประจำเดือนของสตรี ยาแก้ปวดประจำเดือนเช่นเดียวกัน ยาแก้ปวด แก้อักเสบ ห้ามเลือด รักษาฝีหนองภายนอก แก้โรคผิวหนังผดผื่นคัน กลากเกลื้อน นำเมล็ดประมาณ 6-10 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน

ถิ่นกำเนิด :
ไฟเดือนห้าเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเขตร้อน