หนูท้องขาว

ชื่อสมุนไพร : หนูท้องขาว
ชื่อเรียกอื่นๆ : ผีเสื้อน้ำ (ลำปาง), อีเหนียว, ก้วงกัวฮี (อุบลราชธานี), หนูท้องขาว (ตราด), รุกกุนิงตาหน่อ (ยะลา), กิมกี่เช่า (จีนแต้จิ๋ว), กว่างตงจินเฉียนเฉ่า และ จินเฉียนเฉ่า (จีนกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Desmodium styracifolium (Osbeck) Merr.
ชื่อสามัญ :
วงศ์ : LEGUMINOSAE
NTK4
หนูท้องขาวเป็นพรรณไม้ที่พบขึ้นทั่วไปในดินนา ดินทราย และในสวนป่าเต็งรังที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 35-475 เมตร เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ จอนแก่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมา พิษณุโลก สงขลา แม่ฮ่องสอน เป็นต้น เกษตรกรทางภาคอีสานจะตัดมาเลี้ยงโคนมทำให้มีน้ำนม และใช้เป็นอาหารของสัตว์จำพวกโค กระบือ โดยตัดหรือปล่อยให้สัตว์แทะเล็ม โดยคุณค่าทางอาหารของต้นหนูท้องขาวที่มีอายุ 45 วัน จะประกอบไปด้วย โปรตีน, แคลเซียม, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, ADF, NDF, DMD ส่วนต้นที่มีอายุประมาณ 45-90 วัน จะมีโปรตีน, ไนเตรท, ออกซิลิกแอซิด, แทนนิน, มิโมซีน และไม่พบไนไตรท์  อีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยาโดยยืนยันจากผลการทดลองกับสัตว์ทดลอง ซึ่งพบว่ามีผลทำให้เลือดในหลอดเลือดของหัวใจมีการไหลเวียนเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเต้นของหัวใจลดน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าส่งผลให้หัวใจมีกำลังในการบีบตัวมากขึ้นอีกด้วย

 NTK1

ลักษณะสมุนไพร :
หนูท้องขาวเป็นพรรณไม้ล้มลุกทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ยาวได้ประมาณ 50-150 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5-12.0 มิลลิเมตร ลำต้นมีลักษณะกลมเป็นสีเขียวอ่อนถึงเขียวปนน้ำตาล ลำต้นส่วนที่ถูกแสงมักเป็นสีม่วงแดงหรือสีน้ำตาล ส่วนด้านล่างที่ไม่ถูกแสงจะเป็นสีเขียว และมีขนสีเหลืองขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ ออกเรียงสลับ และมีใบเดี่ยวขึ้นปะปน ลักษณะของใบมีหลายรูปร่าง เช่น แบบกลม กลมแต่ปลายใบมีรอยเว้าตื้น วงรีกว้าง รูปไข่กลับมียอดกว้างกว่าโคน แต่โดยทั่วไปแล้วใบจะมีลักษณะเป็นรูปไข่กลับ โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจหรือเรียบ ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบและปลายกิ่ง ดอกช่อกระจะเหมือนรูปกรวย ช่อดอกยาวประมาณ 3.5-7.5 เซนติเมตร ช่อดอกมีดอกย่อยจำนวนมากและอัดกันแน่น ประมาณ 16-42 ดอก ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงเป็นสีเขียวอ่อน กลีบดอกกลางเป็นสีบานเย็น ปลายกลีบเป็นสีม่วงอ่อน ส่วนกลีบดอกคู่ด้านข้างจะเป็นสีบานเย็นสด อับเรณูเป็นสีเหลืองมี 4 อัน ก้านเกสรเพศผู้เป็นสีม่วงแดงเข้ม ผลเป็นฝัก เป็นข้อๆ ฝักหนึ่งมีประมาณ 3-6 ข้อ เมื่อสุกแล้วจะแตกออกตามตะเข็บล่าง ภายในมีเมล็ดลักษณะคล้ายไตคน แต่ละฝักจะมีเมล็ดประมาณ 1-5 เมล็ด

 NTK2

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ราก และ ทั้งต้น
สรรพคุณทางยา :

  1. ราก และ ทั้งต้น บำรุงร่างกาย ลดความดันโลหิต แก้อาการร้อนใน รักษาทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ ขับปัสสาวะ ช่วยขับนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ขับนิ่วในถึงน้ำดี รักษาตับอักเสบเฉียบพลันแบบดีซ่าน แก้ไตอักเสบ ช่วยแก้อาการบวมน้ำ ช่วยขับน้ำชื้นในร่างกาย

 NTK3

วิธีการใช้ :

  1. บำรุงร่างกาย ลดความดันโลหิต แก้อาการร้อนใน รักษาทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ ขับปัสสาวะ ช่วยขับนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ขับนิ่วในถึงน้ำดี รักษาตับอักเสบเฉียบพลันแบบดีซ่าน แก้ไตอักเสบ ช่วยแก้อาการบวมน้ำ ช่วยขับน้ำชื้นในร่างกาย นำรากหรือทั้งต้นมาต้มกับน้ำ ต้มรับประทาน

ถิ่นกำเนิด :
หนูท้องขาวเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเชียตะวันออกเฉียงใต้