เถาเอ็นอ่อน


ชื่อสมุนไพร : เถาเอ็นอ่อน
ชื่อเรียกอื่นๆ : เครือเถาเอ็น, เครือเขาเอ็น (เชียงใหม่), เขาควาย (นครราชสีมา), เสน่งกู (บุรีรัมย์), หญ้าลิเลน (ปัตตานี), หมอตีนเป็ด (สุราษฎร์ธานี), ตีนเป็ดเครือ (ภาคเหนือ), เครือเอ็นอ่อน (ภาคอีสาน), เมื่อย (ภาคกลาง), กวน (ฉาน-แม่ฮ่องสอน), นอออหมี (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) และ กู่โกวเถิง (จีนกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cryptolepis buchanani Roem. & Schult.
ชื่อสามัญ :
วงศ์ : ASCLEPIADACEAE



TEE1

เถาเอ็นอ่อนเป็นพืชพรรณไม้ชนิดนี้ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด มักพบขึ้นตามป่าราบหรือตามที่รกร้าง ทางจังหวัดหวัดสระบุรี เถาเอ็นอ่อนเป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ในสูตรยาอบสมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดยใช้เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมจากสูตรยาหลัก เมื่อต้องการอบเพื่อรักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือมีอาการปวดหลัง ปวดเอว เป็นต้น นอกจากจะใช้เป็นสมุนไพรแล้ว ในปัจจุบันยังพบว่ามีการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับบ้านกันมากขึ้นอีกด้วย สารสำคัญที่พบในเถาเอ็นอ่อน คือ สาร Cryptolepisin ซึ่งเมื่อนำสารชนิดนี้ที่สกัดได้จากเถาเอ็นอ่อนในอัตราส่วน 2.8 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ของสัตว์ทดลองมาฉีดกับหัวใจที่อยู่นอกร่างของสัตว์ เช่น หนูหรือกระต่าย พบว่าสารดังกล่าวมีฤทธิ์ไปกระตุ้นการบีบตัวของหัวใจให้แรงขึ้น แต่จะทำให้การเต้นของหัวใจช้าลง และเมื่อกระตุ้นต่อไปสักพักหนึ่งหัวใจจะหยุดเต้นในท่าระหว่างบีบตัว เนื่องจากเถาเอ็นอ่อนเป็นสมุนไพรที่มีสารซึ่งมีฤทธิ์ต่อการกระตุ้นของหัวใจ ดังนั้น ในการรับประทานจึงไม่ควรรับประทานมากเกินกว่าปริมาณที่กำหนดให้ใช้ และไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานจนเกินไป

 TEE3

ลักษณะสมุนไพร :
เถาเอ็นอ่อนเป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่น เถาลำต้นกลม เปลือกเถาเรียบหนาเป็นสีน้ำตาลอมสีดำหรือเป็นสีแดงเข้มและมีลายประตลอดเถา ก้านเล็ก มีสีเทาอมเขียวและไม่มีขนปกคลุม เมื่อเถาแก่เปลือกจะหลุดลอกออกเป็นแผ่นๆ มียางสีขาวข้นทั้งต้น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบมนมีหางสั้น โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-18 เซนติเมตร แผ่นใบค่อนข้างหนา หลังใบเรียบเป็นมันและลื่น ท้องใบเรียบเป็นสีเขียวนวล ใบอ่อนมีขนปกคลุม ส่วนใบแก่ไม่มีขน เส้นใบตามขวางจะเป็นเส้นตรงไม่โค้ง ใบหนึ่งจะมีประมาณ 30 คู่ ส่วนก้านใบสั้น ดอกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกย่อยเป็นสีเหลืองอ่อนหรือสีเป็นสีขาวอมเหลือง ดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ส่วนกลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียวมี 5 กลีบ ผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปทรงกระสวย กลมยาว ฝักมีเนื้อแข็ง โคนผลติดกัน ปลายผลแหลม ผิวผลเป็นมันลื่น ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลมีขนปุยสีขาวติดอยู่และปลิวไปตามลม ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรีหรือรูปกลมยาวแบน

 TEE4

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ราก, เถา, ใบ และ เมล็ด
สรรพคุณทางยา :

  1. ราก เบื่อเอียน เป็นยาเย็น มีพิษ ออกฤทธิ์ต่อหัวใจและตับ ใช้เป็นยาฟอกเลือด
  2. เถา  แก้เมื่อย ทำให้เส้นเอ็นหย่อน จิตใจชุ่มชื่น เป็นยาบำรุงเส้นเอ็นในร่างกายให้แข็งแรง แก้เส้นเอ็นพิการ แก้อาการฟกช้ำดำเขียว
  3. ใบ แก้เส้นเอ็นที่ปวดเสียวและตึงเมื่อยขบ ทำให้เส้นยืดหย่อนดี แก้อาการปวดเมื่อย แก้เมื่อยขบ ช่วยคลายเส้นเอ็น
  4. เมล็ด ขับลมในลำไส้และในกระเพาะอาหาร ทำให้ผายและเรอ ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง

 TEE2

วิธีการใช้ :

  1. เบื่อเอียน เป็นยาเย็น มีพิษ ออกฤทธิ์ต่อหัวใจและตับ ใช้เป็นยาฟอกเลือด นำรากมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
  2. แก้เมื่อย ทำให้เส้นเอ็นหย่อน จิตใจชุ่มชื่น เป็นยาบำรุงเส้นเอ็นในร่างกายให้แข็งแรง แก้เส้นเอ็นพิการ แก้อาการฟกช้ำดำเขียว นำเถามาต้มกับน้ำ หรือบดเป็นผง ผสมกับเหล้ารับประทาน หรือใช้ยาแห้งประมาณ 5-6 กรัม นำมาดองกับเหล้ารับประทานครั้งละ 5 ซีซี วันละ 3 ครั้ง
  3. แก้เส้นเอ็นที่ปวดเสียวและตึงเมื่อยขบ ทำให้เส้นยืดหย่อนดี แก้อาการปวดเมื่อย แก้เมื่อยขบ ช่วยคลายเส้นเอ็น นำใบโขลกให้ละเอียด ห่อผ้าทำลูกประคบ ประคบ
  4. ขับลมในลำไส้และในกระเพาะอาหาร ทำให้ผายและเรอ ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง นำเมล็ดมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน




ถิ่นกำเนิด :
เถาเอ็นอ่อนเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้