มังตาน


ชื่อสมุนไพร : มังตาน
ชื่อเรียกอื่นๆ : คายโซ่, จำปาดง, พระราม (เลย, หนองคาย), บุนนาค (นครราชสีมา, ตราด), กาโซ้ (ยะลา, นครพนม), คาย, ทะโล้, สารภีป่า, สารภีดอย (ภาคเหนือ), กรรโชก (ภาคอีสาน), พังตาน, พันตัน (ภาคใต้), ทะโล้ (คนเมือง), ไม้กาย (ไทใหญ่), เส่ยือสะ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), หมูพี (เงี้ยงเชียงใหม่), ตุ๊ดตรุ (ขมุ)และ มือแดกาต๊ะ (ภาคใต้ มาเลเซีย)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Schima wallichii (DC.) Korth.
ชื่อสามัญ : Needle Wood
วงศ์ : THEACEAE



MTan3

มังตานเป็นพรรณไม้ที่ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ดอกสวยมีกลิ่นหอม มักขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ต้องการความชื้นและแสงแดดปานกลาง มีเขตการกระจายพันธุ์ค่อนข้างกว้างในป่าทั่วทุกภาคของประเทศ พบมากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทางภาคใต้ โดยมักพบขึ้นในป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขาที่ระดับความสูง 2,000 เมตร และในป่าเบญจพรรณทั่วไปตามเขาที่ระดับความสูงประมาณ 600 เมตร เปลือกต้นมีพิษใช้เป็นยาเบื่อปลา ด้วยการนำเปลือกต้นแบบสดๆ มาทุบให้พอแตก แล้วนำไปแช่ในน้ำบริเวณห้วยหนองคลองบึง เป็นยาเบื่อปลาทำให้ปลาเกิดอาการมึนเมา จับได้ง่ายๆ เนื้อไม้สีน้ำตาลอมแดง มีเสี้ยนละเอียดสีขาว สามารถนำมาแปรรูป ใช้ทำโครงสร้างต่างๆ ของบ้าน

 MTan2

ลักษณะสมุนไพร :
มังตานเป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบต้นขนาดกลางขนาดใหญ่ มีความสูงได้ประมาณ 15-26 เมตร ขนาดวัดรอบลำต้นได้ประมาณ 1.5 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ ลำต้นมีลักษณะเปลาตรง เปลือกต้นด้านนอกขรุขระและมักแตกเป็นร่องลึกตามยาว สีเทาปนน้ำตาลอ่อน ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีน้ำตาลอมแดง มีเสี้ยนละเอียดสีขาวเป็นพิษต่อผิวหนัง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ตามปลายกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอก ขอบขนาน ปลายใบสอบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบหรือบางทีหยักตื้นๆ ตามขอบ  หลังใบเป็นมันสีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบและเส้นกลางใบมีขนขึ้นประปราย เห็นเส้นใบเป็นรูปร่างแหได้ชัดเจน ส้นแขนงใบมีข้างละประมาณ 10-15 เส้น ส่วนใบอ่อนเป็นสีแดง ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่งและซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกเป็นสีขาวหรือสีขาวนวล มีกลิ่นหอม กลีบดอกและกลีบรองดอกมีอย่างละ 5 กลีบเท่ากัน กลีบเลี้ยงเป็นสีเขียวอ่อนขนาดเล็ก ส่วนกลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปร่างค่อนข้างกลม กลีบดอกล่างมักเล็กกว่ากลีบอื่น ดอกมีเกสรเพศผู้เป็นเส้นสีเหลืองยื่นออกมาจากดอกจำนวนมาก ส่วนเกสรเพศเมียมีอันเดียวขนานสั้น ผลมีลักษณะเป็นรูปร่างค่อนข้างกลม เปลือกผลแข็ง ผิวผลมีขนสีน้ำตาลเข้มคล้ายเส้นไหม เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มและจะแตกออกตามรอยเป็น 4-5 เสี่ยง แต่ละส่วนจะมีเมล็ดประมาณ 4-5 เมล็ด

 MTan1

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ดอกแห้ง, ราก, ต้น และ เปลือก
สรรพคุณทางยา :

  1. ดอกแห้ง ยาแก้ขัดเบา แก้ลมชัก ลมบ้าหมู
  2. ราก ยาลดไข้ รักษาโรคนิ่ว
  3. ต้น ยาแก้อาการคลื่นไส้ รักษาโรคนิ่ว
  4. เปลือก ยาถ่ายพยาธิ ช่วยป้องกันการเน่าของบาดแผล

 MTan4

วิธีการใช้ :                                     

  1. ยาแก้ขัดเบา แก้ลมชัก ลมบ้าหมู นำดอกแห้งนำมาแช่หรือชงให้สตรีหลังคลอดบุตรใหม่ๆ ดื่มต่างน้ำเป็นยาแก้ขัดเบา แก้ลมชัก ลมบ้าหมู
  2. ยาลดไข้ รักษาโรคนิ่ว นำรากมาต้มน้ำ ดื่มรับประทาน
  3. ยาแก้อาการคลื่นไส้ รักษาโรคนิ่ว นำต้นมาต้มน้ำ ดื่มรับประทาน
  4. ยาถ่ายพยาธิ ช่วยป้องกันการเน่าของบาดแผล นำเปลือกมาต้มกับน้ำ




ถิ่นกำเนิด :
มังตานเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก