บัวหลวง


ชื่อสมุนไพร : บัวหลวง
ชื่อเรียกอื่นๆ : โกกระณต, บัว, บัวอุบล, บัวฉัตรขาว, บัวฉัตรชมพู, บัวฉัตรสีชมพู, บุณฑริก, ปุณฑริก, ปทุม, ปัทมา, สัตตบงกช, สัตตบุษย์ และ โช้ค (เขมร)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nelumbo nucifera Gaertn.
ชื่อสามัญ : Lotus, Sacred Lotus และ Egyptian Lotus
วงศ์ : NELUMBONACEAE



 BL3

บัวหลวงเป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุหลายปี ดอกบัวหลวงขึ้นชื่อว่ามีความสวยและมีกลิ่นหอม จึงนิยมปลูกไว้ประดับในสระน้ำหรือปลูกไว้ในกระถางทรงสูง เพื่อนำมาบูชาพระ หรือนำมาใช้ในทางศาสนา เนื่องจากดอกบัวหลวงเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามทางพระพุทธศาสนา มีความเกี่ยวข้องโดยตรงสำหรับการบูชาพระรัตนตรัย อันได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ โดยสารสกัดจากเกสรนำมาทำเป็นเครื่องสำอาง ช่วยชะลอการสร้างเม็ดสีผิวทำให้ผิวหนังเต่งตึงและอ่อนนุ่มได้ ส่วนรากหรือเหง้าบัวนิยมนำใช้ปรุงเป็นอาหารได้ทั้งคาวหวาน ทั้งยังมีสรรพคุณทางยาทีสามารถช่วยลดการดูดซึมของกลูโคส และทำให้ไม่ต้องอาศัยอินซูลินเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดส่วนเกินที่ได้มาจากการรับประทานอาหารที่หวานมากเกินกว่าปกติได้  นอกจากนี้สารสกัดที่ได้จากดอกและใบบัวหลวงยังมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียทุกชนิดอีกด้วย

 BL1

ลักษณะสมุนไพร :
บัวหลวงเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าและไหลอยู่ใต้ดิน เหง้ามีลักษณะเป็นท่อนยาว มีปล้องสีเหลืองอ่อนจนถึงเหลือง แข็งเล็กน้อย ถ้าตัดตามขวางจะเป็นรูกลมๆ หลายรู ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับ รูปโล่ แผ่นใบจะชูเหนือน้ำ รูปใบเกือบกลม ขนาดใหญ่ ขอบเรียบและเป็นคลื่น ผิวใบมีนวล ก้านใบแข็งเป็นหนาม ถ้าตัดตามขวางจะเห็นเป็นรูภายใน ก้านใบมีน้ำยางขาว เมื่อหักจะมีสายใยสีขาว ใบอ่อนสีเทานวล ปลายม้วนงอขึ้นทั้งสองด้าน ก้านใบจะติดตรงกลางแผ่นใบ ดอก เดี่ยว มีสีขาว สีชมพู กลิ่นหอม บัวหลวงจะเริ่มบานตั้งแต่ตอนเช้า ก้านดอกยาวมีหนามเหมืนก้านใบ ชูดอกเหนือน้ำ และชูสูงกว่าใบเล็กน้อย กลีบเลี้ยง 4- 5 กลีบ ขนาดเล็ก สีขาวอมเขียว หรือสีเทาอมชมพู ร่วงง่าย กลีบดอกมีจำนวนมากเรียงซ้อนหลายชั้น เกสรตัวผู้มีจำนวนมากสีเหลือง ปลายอับเรณูมีระยางคล้ายกระบองเล็กๆ สีขาว เกสรตัวเมียจะฝังอยู่ในฐานรองดอกรูปกรวยสีเหลืองนวล ผล รูปกลมรีสีเขียวนวล ฝังอยู่ในส่วนที่เป็นรูปกรวย เมื่ออ่อนมีสีเหลือง รูปกรวยเมื่อเป็นผลแก่จะขยายใหญ่ขึ้นมีสีเทาอมเขียว เรียกว่า ฝักบัว มีผลสีเขียวอ่อนฝังอยู่เป็นจำนวนมาก

 BL2

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ดีบัว, ดอก, เมล็ด, ไส้ของเมล็ด และ ราก
สรรพคุณทางยา :

  1. ดีบัว  ช่วยเส้นเลือดขยาย
  2. ดอก ขับปัสสาวะ ฝากสมาน ขับเสมหะ บำรุงหัวใจ เกษรปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง ทำให้ชื่นใจ ยาสงบประสาท ขับเสมหะ
  3. เมล็ด บำรุงกำลัง แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้เสมหะ แก้พุพอง
  4. ไส้ของของเมล็ด  แก้เส้นโลหิตตีบในหัวใจ
  5. ราก ขับเสมหะ

 BL4

วิธีการใช้ :

  1. ช่วยเส้นเลือดขยาย นำดีบัวประมาณ 5-6 กรัม มาต้มเอาน้ำดื่ม
  2. ขับปัสสาวะ ฝากสมาน ขับเสมหะ บำรุงหัวใจ เกษรปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง ทำให้ชื่นใจ ยาสงบประสาท ขับเสมหะ นำดอกมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
  3. บำรุงกำลัง แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้เสมหะ แก้พุพอง นำเมล็ดบัวมาต้ม รับประทาน
  4. แก้เส้นโลหิตตีบในหัวใจ นำไส้เมล็ดมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
  5. ขับเสมหะ นำรากมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน




ถิ่นกำเนิด :
บัวหลวงเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย