จันทน์เทศ


ชื่อสมุนไพร : จันทน์เทศ
ชื่อเรียกอื่นๆ : จันทน์บ้าน (เงี้ยว-ภาคเหนือ)
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Myristica fragrans  Houtt.
ชื่อสามัญ : Nutmeg tree
วงศ์ : MYRISTICACEA



 JT5

จันทน์เทศจัดเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดค่อนข้างใหญ่ ไม่ผลัดใบ สามารถเจริญเติบโตได้ในดินเกือบทุกชนิด โดยหากเป็นดินร่วนปนทรายที่มีอินทรีย์วัตถุสูงจะยิ่งเติบโตได้ดียิ่งขึ้น สามารถพบต้นจันทน์เทศได้มากในพื้นที่เขตร้อนชื้นโดยเฉพาะทางภาคตะวันออกและทางภาคใต้ของไทย และสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด สมุนไพรชนิดนี้สามารถนำมาใช้บำรุงร่างกายได้หลายส่วน โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเมล็ดหรือเยื่อหุ้มเมล็ดที่มีสีแดง ถือเป็นส่วนที่นิยมนำเอามาใช้ประโยชน์มากที่สุด สรรพคุณการรักษาโรคของต้นจันทน์เทศ เช่น ช่วยขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ธาตุพิการ บำรุงโลหิต ช่วยกระจายเลือดลม บำรุงกำลัง แก้อาการหอบหืด แก้อาการปวดศีรษะ แก้ดีซ่าน แก้อาการร้อนใน ขับเสมหะ แก้อาการปวดมดลูก รักษาม้ามหรือไตพิการ แก้ตับพิการ บำรุงน้ำดี ช่วยแก้อาการปวดกระเพาะอาหาร ช่วยระงับอาการท้องร่วง แก้อาการท้องร่วงเรื้อรัง แก้ผื่นคัน ช่วยบำรุงผิวหนัง บำรุงตับและปอด ช่วยสมานบาดแผลภายใน เป็นต้น

JT1

ลักษณะสมุนไพร :
จันทน์เทศจัดเป็นสมุนไพรไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เป็นไม้ไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 5-18 เมตร เปลือกลำต้นมีสีเทาอมดำ ผิวเรียบ เนื้อไม้สีนวลหอมเพราะมีน้ำมันหอมระเหย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบมีลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ขนาดกว้าง 4-5 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวอมสีเหลืองอ่อน เนื้อใบแข็ง ผิวเรียบ หลังใบเป็นมัน ก้านใบยาวประมาณ 6-12 มิลลิเมตร ดอกออกดอกเป็นช่อหรือออกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบ ดอกเป็นสีเหลืองอ่อน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปคนโทคว่ำ ปลายกลีบแยกออกเป็น 4 แฉก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ ผลสดมีลักษณะเป็นรูปทรงค่อนข้างกลม คล้ายกับลูกสาลี่ ขนาดยาว 3.5-5 เซนติเมตร เปลือกผลเรียบ มีสีเหลืองอ่อนหรือสีแดงอ่อน ฉ่ำน้ำ เมื่อผลแก่จะแตกอ้าออกเป็น 2 ซีก ภายในผลจะพบเมล็ดลักษณะกลม สีน้ำตาล เปลือกแข็ง ขนาดยาว 2-3 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เซนติเมตร อยู่ภายใน ส่วนเมล็ดจันทน์เทศหรือลูกจันทน์จะมีเยื่อหุ้มหรือรกหุ้มเมล็ดสีแดงส้มและมีกลิ่นหอม ต้นจันทน์เทศสามารถขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีอินทรีย์วัตถุสูง พบได้มากในเขตร้อนชื้นโดยเฉพาะทางภาคตะวันออกและทางภาคใต้ของไทย และนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด
 JT3
ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ผล, ดอก, แก่น, ราก, เมล็ด และ เปลือกเมล็ด
สรรพคุณทางยา :

  1. ผล ช่วยขับลม และแก้อาการสะอึก
  2. ดอก ช่วยขับลม
  3. แก่น แก้ไข้ บำรุงตับและปอด
  4. ราก ช่วยขับลม เครื่องเทศ ช่วยให้เจริญอาหาร
  5. เมล็ด ช่วยขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ธาตุพิการ บำรุงโลหิต ช่วยกระจายเลือดลม บำรุงกำลัง แก้อาการหอบหืด แก้อาการปวดศีรษะ แก้ดีซ่าน แก้อาการร้อนใน ขับเสมหะ แก้อาการปวดมดลูก รักษาม้ามหรือไตพิการ แก้ตับพิการ บำรุงน้ำดี ช่วยแก้อาการปวดกระเพาะอาหาร ช่วยระงับอาการท้องร่วงแบบปกติและแบบเรื้อรัง แก้ผื่นคัน และช่วยบำรุงผิวหนัง
  6. เปลือกเมล็ด แก้ท้องขึ้น แก้อาการปวดท้อง และช่วยสมานบาดแผลภายใน

 JT2

วิธีการใช้ :

  1. แก้ลม ขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ นำดอกจันทน์มาบดให้เป็นผงละเอียด ใช้ชงกับน้ำดื่มครั้งเดียว วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 2-3 วัน
  2. ใช้เป็นยาสมานลำไส้ แก้กระเพาะและลำไส้ไม่มีแรง หรือขับถ่ายบ่อย นำลูกจันทน์ 1 ลูก ผสมกับ ยูเฮีย 5 กรัม บดเป็นผง แล้วใช้รับประทานครั้งละ 1-3 กรัม

 JT4





ถิ่นกำเนิด :
ต้นจันทน์เทศมีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย