การะเกด


ชื่อสมุนไพร : การะเกด
ชื่อเรียกอื่นๆ : การะเกดด่าง, ลำเจียกหนู (กรุงเทพมหานคร), เตยด่าง, เตยดง และ เตยหอม (ภาคกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pandanus tectorius  Blume
ชื่อสามัญ : Screw Pine
วงศ์ : PANDANACEAE



 KRK3

การะเกดเป็นพืชสมุนไพรที่มีเอกลักษณ์ในด้านกลิ่นหอมเย็นและรูปทรงที่สวยงามเฉพาะตัว จึงถือเป็นพืชชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ อีกทั้งยังสามารถนำเอาส่วนต่างๆของต้นมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนใบที่มักจะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการจักสานเป็นเครื่องใช้สอยต่างๆ เช่น เสื่อ กระสอบ หมวก กระเป๋า เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถนำเอาทั้งดอกและยอดมาปรุงยาบำรุงร่างกายได้ดีอีกด้วย โดยดอกสามารถใช้รักษาอาการต่างๆได้มากมายทั้งโรคที่เกี่ยวข้องกับหน้าอก แก้อาการเจ็บหน้าอก ใช้ปรุงเป็นยาหอม บำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ แก้เสมหะ แก้เจ็บคอ และบำรุงธาตุได้ ส่วนยอดมีสรรพคุณในการเป็นยาบำรุงสตรีหลังคลอดบุตรใหม่ๆได้ และเนื่องจากการะเกดเป็นพืชที่มีกลิ่นหอมดังนั้นจึงนิยมนำมาปรุงเป็นน้ำมันใส่ผมหรือใช้อบผ้าให้มีกลิ่นหอมสดชื่นได้ ต้นการะเกดเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย สามารถปลูกได้ดีในทุกสภาพดินโดยเฉพาะในดินที่ชื้นแฉะ ดังนั้นจึงมักพบพืชชนิดนี้ปลูกเป็นพืชคลุมดินในสวนหรือมักจะเจริญเติบโตอยู่ตามริมฝั่งน้ำ อีกทั้งยังเป็นพืชที่ทนแล้ง ทนแดด ทนเค็มได้ดี อายุยืนยาว และหาพันธุ์ได้ไม่ยาก

 KRK2

ลักษณะสมุนไพร :
การะเกดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ต้น มีความสูงประมาณ 3-7 เมตร รูปทรงของต้นคล้ายต้นเตย  ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขา  มีรากอากาศขนาดใหญ่และค่อนข้างยาวงอกจากลำต้นส่วนบนหยั่งลงจนถึงพื้นดิน ทำหน้าที่ช่วยค้ำยันลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยวมีสีเขียว รูปขอบขนานแคบ  ออกเรียงเวียนสลับกันเป็นเกลียว 3 เกลียวรอบลำต้น ขนาดใบยาว 1 -2 เมตร ลักษณะใบคล้ายใบสับปะรด ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแผ่ออกเป็นกาบใบ  ขอบเป็นหนามห่างๆ แผ่นใบด้านล่างมีนวล ดอกเป็นดอกแบบแยกเพศต่างลำต้น ดอกออกเป็นช่อตั้งจำนวนมากบริเวณกลางยอด   ไม่มีกลีบดอกและกลีบรองดอก ช่อดอกเพศผู้ตั้งตรง ขนาดยาว 25-60 ซม. มีกาบหุ้มดอกสีเหลืองนวลหุ้มเกสรอยู่ภายในอย่างมิดชิด ดอกมีกลิ่นหอมเย็น ช่อดอกเพศเมียค่อนข้างกลม ประกอบด้วยเกสรเพศเมียเชื่อมติดกันประมาณ 3-5 อัน แยกเป็นกลุ่ม 5-12 กลุ่ม แต่ละกลุ่มกว้าง 2-5 ซม. ยาว 3-7 ซม. ยอดเกสรเพศเมียเรียงเป็นวง ผลออกเบียดแน่นเป็นก้อนกลม ลักษณะผลเป็นรูปไข่กลับถึงรูปรีคล้ายสับปะรด ห้อยลงมาข้างต้น  ขนาดผลกว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 4-7.5 ซม. โคนผลมีสีเหลือง ตรงกลางสีแสด ส่วนปลายยอดสีน้ำตาลอมเหลือง เมื่อผลสุกจะมีกลิ่นหอม ผลที่แก่จัดสีเปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง และมีโพรงอากาศจำนวนมาก ภายในผลมีเมล็ดเดี่ยวภายใน สามารถนำมารับประทานได้ รสชาติคล้ายผลสับปะรด การะเกดเป็นพืชที่ชอบเจริญเติบโตในที่ชื้นแฉะหรือบริเวณริมน้ำ ระบายน้ำได้ดี ทนเค็ม และทนแล้งได้ดี นิยมปลูกคลุมดินในสวนร่วมกับไม้ชนิดอื่นๆที่ชอบแสงแดดจัด

 KRK1

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ดอก และ ยอด
สรรพคุณทางยา :

  1. ดอก แก้โรคในอก แก้อาการเจ็บหน้าอก ใช้ปรุงเป็นยาหอม บำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ แก้เสมหะ แก้เจ็บคอ และบำรุงธาตุ
  2. ยอด บำรุงสตรีหลังคลอดบุตรใหม่ๆ

วิธีการใช้ :

  1. น้ำมันใส่ผม เคี่ยวดอกกับน้ำมันมะพร้าวหรือมันหมู ปรุงเป็นน้ำมันใส่ผม
  2. บำรุงหัวใจ ใช้ดอกมาปรุงเป็นยาหอม
  3. บำรุงสตรีหลังคลอดบุตรใหม่ๆ นำยอดมาต้มในน้ำเดือด ดื่มน้ำรับประทาน

KRK4





ถิ่นกำเนิด :
การะเกดเป็นพืชสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย  มักพบขึ้นทั่วไปตามริมน้ำหรือริมคลอง