กะหล่ำดอก


ชื่อสมุนไพร : กะหล่ำดอก
ชื่อเรียกอื่นๆ : กะหล่ำต้น และ ผักกาดดอก (ทั่วไป)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Brassica oleracea L.
ชื่อสามัญ : Cauliflower, Heading Broccoli และPurple cauliflower
วงศ์ BRASSICACEAE



KLD3

กะหล่ำดอกเป็นผักที่ขายได้ราคาดี ไม่ค่อยเสียหายในระหว่างขนส่ง เก็บรักษาได้นานกว่าผักชนิดอื่น พืชชนิดนี้สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็นเท่านั้น คนส่วนใหญ่นิยมบริโภคโดยนำมาใช้เป็นผักปรุงอาหารหรือทำผักดอง จึงได้รับคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี มีธาตุโพแทสเซียม กำมะถัน และเส้นใยในปริมาณสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพบสารสำคัญที่ต้านเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากสามารถดึงสารก่อมะเร็งที่เรียกว่าคาร์ซิโนเจน (carcinogens) ออกจากเซลล์ได้ โดยสารนั้นก็คือ สารซัลโฟราเฟน (sulforaphane) ซึ่งจะต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ทั้งยังมีกรดโฟลิกนั้นจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้และมะเร็งเต้านม รวมถึงสารอินโดลจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและต้านมะเร็งบางชนิดได้ นอกจากนี้ยังพบวิตามินยูซึ่งเป็นวิตามินที่พบได้ในพืชตระกูลกะหล่ำ ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า เอส มีไทล์เมทิโอนีน (S-methylmethionine) มีส่วนช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร ทำให้การหลังของน้ำย่อยนั้นเป็นปกติ และช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในลำไส้ได้ ดังนั้นการรับประทานพืชตระกูลกะหล่ำซึ่งมีวิตามิยูอยู่เป็นประจำ จึงช่วยลดอัตราเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ และมะเร็งเต้านม

 KLD2

ลักษณะสมุนไพร :
กะหล่ำดอกเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุเพียงปีเดียว ไม่มีเนื้อไม้ ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 50-80 เซนติเมตร ลำต้นไม่มีการแตกแขนง ส่วนของลำต้นยาวได้ประมาณ 20-30 เซนติเมตรใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันเป็นกระจุกคล้ายดอกกุหลาบซ้อน มีใบประมาณ 15-25 ใบ ลักษณะเป็นรูปไข่ ใบกว้างประมาณ 30-40 เซนติเมตร และยาวประมาณ 40-50 เซนติเมตร ผิวใบเรียบมีชั้นของไขห่อหุ้มผิวใบอยู่ แผ่นใบเป็นสีเทาจนถึงสีเขียวปนฟ้า เส้นกลางใบและเส้นใบเป็นสีขาว ไม่มีก้านใบ ดอกที่อยู่บริเวณปลายยอด ช่อดอกเป็นกระจุกลักษณะคล้ายโดม ดอกเป็นสีขาวถึงสีเหลืองอัดกันแน่น ก้านช่อดอกสั้นและฉ่ำน้ำ ดอกมีครบทั้ง 4 ส่วน เป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเป็นรูปช้อนสีเหลืองจนถึงสีขาว ดอกมีเกสรเพศผู้ 6 อัน มี 2 รังไข่เชื่อมติดัน ก้านช่อดอกและก้านดอกพองขยายออกรองรับกระจุกดอก ผลแตกแบบผักกาด กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร มีเมล็ดประมาณ 10-30 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะกลมเป็นสีน้ำตาล มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-4 มิลลิเมตร

 KLD1

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ใบ และ ดอก
สรรพคุณทางยา :

  1. ใบ กระตุ้นให้กระเพาะอาหารสร้างเยื่อบุผนังได้เร็ว รักษาโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ ลดการอักเสบของท่อน้ำดี ป้องกันและรักษานิ่วในถุงน้ำดี ป้องกันโรคหัวใจ ลดน้ำตาลในเลือด
  2. ดอก ต้านเซลล์มะเร็ง ช่วยแก้อาการปวดศีรษะชนิดเรื้อรังช่วยรักษาโรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบช่วยรักษาแผลในปาก รักษาอาการเจ็บคอ แก้คออักเสบ ช่วยรักษาแผลเรื้อรัง โรคเรื้อนกวาง

 KLD4

วิธีการใช้ :

  1. กระตุ้นให้กระเพาะอาหารสร้างเยื่อบุผนังได้เร็ว รักษาโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ ลดการอักเสบของท่อน้ำดี ป้องกันและรักษานิ่วในถุงน้ำดี ป้องกันโรคหัวใจ ลดน้ำตาลในเลือด นำใบมาต้มเอาน้ำ ดื่มรับประทาน
  2. ต้านเซลล์มะเร็ง ช่วยแก้อาการปวดศีรษะชนิดเรื้อรังช่วยรักษาโรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ นำดอกกะหล่ำมาลวกรับประทาน หรือรับประทานสดๆ
  3. ช่วยรักษาแผลในปาก รักษาอาการเจ็บคอ แก้คออักเสบช่วยรักษาแผลเรื้อรัง โรคเรื้อนกวาง นำดอกกะหล่ำนำมาคั้นเอาน้ำ แล้วนำน้ำที่ได้ไปใช้อมกลั้วปาก หรือ ล้างแผลเรื้อรัง




ถิ่นกำเนิด :
กะหล่ำดอกเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก